ผู้เขียน หัวข้อ: ข้อควรรู้เกี่ยวกับการฉีดโบท็อกซ์  (อ่าน 22 ครั้ง)

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1073
    • ดูรายละเอียด


ปัจจุบัน การบำรุงดูแลผิวหน้าด้วยอาหารและวิตามินเพื่อให้ผิวดูกระชับเต่งตึงอาจไม่เพียงพอสำหรับสำหรับคนวัยหนุ่มสาวในปัจจุบัน ด้วยวิถีชีวิตที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ นอนดึกตื่นเช้าทุกวันจนไม่ว่างดูแลตนเองมากพอ กระทั่งผิวหน้าเริ่มหย่อนคล้อย ดูไม่กระชับเหมือนสมัยเป็นวัยรุ่น ทำให้หลายท่านจำเป็นต้องมองหาเทคโนโลยี หรือนวัตกรรมดูแลผิวหน้าอื่น ที่จะช่วยแก้ปัญหาริ้วรอยบนใบหน้าได้ และโบท็อกซ์ก็เป็นหนึ่งในคำตอบที่ใช่และได้รับความนิยมในปัจจุบัน

โบท็อกซ์คืออะไร
โบท็อกซ์ (Botox) เป็นชื่อทางการค้าของสารสกัดที่เรียกว่า "โบทูลินัม ท็อกซิน เอ" (Botulinum toxin A) จากแบคทีเรียคลอสตริเดียมโบทูลินัม (Clostridium botulinum) เป็นนวัตกรรมเพื่อลดริ้วรอยและปรับรูปใบหน้าซึ่งกำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่ต้องการให้ผิวใบหน้าไม่หย่อนคล้อย กล้ามเนื้อผิวหน้ามีความกระชับและดูเรียวสวยเต่งจึง นอกจากนี้ โบท็อกซ์ยังนำไปใช้การรักษาอาการเจ็บป่วยอื่นๆ ได้ด้วย เช่น
- ไมเกรน
- ตาเข
- หนังตากระตุก
- กล้ามเนื้อคอหดเกร็ง
- กล้ามเนื้อหลังอักเสบเรื้อรัง
- แก้ปัญหาในผู้ที่มีเหงื่อออกมากผิดปกติ โดยเฉพาะที่บริเวณมือและรักแร้

อย่างไรก็ตาม ในข้อดีของการใช้โบทอกซ์รักษาอาการต่างๆ ก็ยังมีข้อบกพร่องบางอย่างที่ผู้เข้ารับบริการต้องพึงระวัง ก็เพราะว่าสารโบทูลินัม ท็อกซิน เอนั้น เป็นสารที่เป็นพิษต่อระบบประสาท (Neurotoxin) ซึ่งหากได้รับโดยกินเข้าไป ก็อาจทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษ หรือทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงได้ และผลลัพธ์จากการฉีดโบทอกซ์นั้นจะไม่ถาวร ทั้งนี้เพราะสารนี้สามารถสลายไปได้เองภายในเวลาประมาณ 6 เดือน แต่หากผู้ใช้ต้องการเข้ารับการฉีดอีก ก็สามารถมาเติมได้เป็นระยะๆ

แบรนด์ของผลิตภัณฑ์โบท็อกซ์มีอะไรบ้าง
ในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์โบท็อกซ์หลายยี่ห้อให้ผู้เข้ารับบริการและแพทย์ได้เลือกใช้ และแต่ละยี่ห้อก็จะมีขนาดโมเลกุล ความบริสุทธิ์ และปริมาณสารสำคัญที่แตกต่างกัน จึงทำให้คุณสมบัติและราคาแตกต่างกันไปด้วย ได้แก่
- อัลเลอร์แกน (Allergan) ผลิตในประเทศสหรัฐอเมริกา ถือเป็นโบท็อกซ์ตัวดั้งเดิมที่ผลิตมายาวนาน มีงานวิจัยรองรับจำนวนมาก และผ่านการพัฒนาเพื่อให้ผู้เข้ารับบริการมีโอกาสดื้อยาน้อยที่สุด ข้อดีของโบท็อกซ์ยี่ห้อนี้คือ กระจายตัวแคบ ทำให้ควบคุมการฉีดได้แม่นยำ ตรงจุด แต่ในทางกลับกัน หากฉีดกับคุณหมอที่ไม่เชี่ยวชาญ ก็จะเห็นข้อผิดพลาดได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นปัญหาคิ้วกระดก ยิ้มแข็งหรือแก้มตอบ
- ดิสพอร์ต (Dysport) ผลิตในประเทศอังกฤษ มีจุดเด่นคือ กระจายตัวได้ดี จึงเหมาะสำหรับใช้ฉีดในบริเวณกว้าง อาทิ ฉีดลดเหงื่อ ลดต้นแขน ลดน่องปูด
- ซีโอมิน (Xeomin) ผลิตในประเทศเยอรมนี มีจุดเด่นคือ มีการนำสารโปรตีนขนาดใหญ่ตัวอื่นๆ ที่ไม่จำเป็นออก ทำให้เหลือเฉพาะสารโบทูลินัม ท็อกซิน เอบริสุทธิ์ และเป็นโมเลกุลเล็ก เมื่อฉีดแล้วจะไม่กระจุกตัวแคบเกินไป และมักได้ผลดีแม้ในกรณีที่ดื้อยา แต่ผู้เข้ารับบริการจะต้องหยุดการฉีดโบท็อกซ์มาแล้วอย่างน้อย 2-3 ปี และราคาของโบท็อกซ์แบรนด์นี้จะค่อนข้างสูง
- นูโรน็อกซ์ (Neuronox) ผลิตในเกาหลี คุณสมบัติค่อนข้างใกล้เคียงกับยี่ห้ออัลเลอร์แกน คือ มีการกระจายตัวค่อนข้างแม่นยำใกล้เคียงกัน แต่ราคาจะถูกกว่าประมาณครึ่งหนึ่ง
- โบทูแล็กซ์ (Botulax) ผลิตในเกาหลี จุดเด่นคือ ออกฤทธิ์เห็นผลค่อนข้างไว ราคาประหยัด แต่ข้อเสียคือ สลายตัวเร็ว ไม่ค่อยคงทนยาวนานมากนัก
- นาโบตะ (Nabota) ผลิตในเกาหลี จัดเป็นโบทอกซ์ยี่ห้อพรีเมียม มีสารโบทูลินัม ท็อกซิน เอบริสุทธิ์สูง ออกฤทธิ์เร็ว เน้นใช้เพื่อลดเลือนริ้วรอยที่หน้าผาก หางตา ปรับรูปหน้า ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณกรามดูเล็กลง

ผลิตภัณฑ์โบท็อกซ์ที่กล่าวมาข้างต้นทุกยี่ห้อได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของประเทศไทยแล้ว แต่ผู้เข้ารับบริการก็ยังต้องระมัดระวังผลิตภัณฑ์โบท็อกซ์ปลอมที่หาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไป ทั้งนี้เพราะสารในผลิตภัณฑ์โบท็อกซ์ปลอมนั้นอาจส่งผลข้างเคียงร้ายแรง และทำให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ด้วย

ติดตามอ่านเนื้อหาสาระของ Botox ต่อได้ที่
Website : https://www.honestdocs.co/what-is-botox-how-to-take-care-before-after